14 มีนาคม 2562 กทม.วันนี้ฝุ่นพิษลดวูบ!คุณภาพอากาศปานกลางถึงดีมาก/”เชียงใหม่”ยังเหนียวแน่นแชมป์มลพิษโลก

ที่มา: https://siamrath.co.th/n/69455

กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่กทม.ประจำวันที่ 14 มี.ค.62 เมื่อเวลา 08.00 น. พบว่าวันนี้คุณภาพอากาศกทม.อยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงคุณภาพอากาศดีมาก โดยมีเพียง 1 พื้นที่ที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีเหลือง ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง คือ เขตบางพลัด ซึ่งมีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงสุดอยู่ที่ 42 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ก็ยังไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่จ.เชียงใหม่ ของไทยยังคงน่าเป็นห่วง ซึ่งจากการจัดอันดับคุณภาพอากาศเมืองทั่วโลก โดย Air quality and pollution city ranking ประจำวันที่ 14 March 2019, เวลา 08:53 น. ยังคงพบว่า จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย ยังคงอยู่ในอันดับที่ 1 เมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่าวิกฤติปัญหาหมอกควันภาคเหนือและภาคอีสาน 11 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ พะเยา ตาก เลย และขอนแก่น ยังคงพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5และ PM10) อยู่ในระดับสีแดงที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งประชาชนทั่วไปและประชาชนกลุ่มเสี่ยงเกือบทุกพื้นที่ สาเหตุมาจากการเผาป่าและเผาวัสดุการเกษตร โดยการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาภาคเหนือในช่วงวันที่ 12 – 15 มี.ค.62 ไม่มีฝน ลมอ่อนพัดปกคลุมบริเวณภาคเหนือ อากาศไม่ยกตัว ทำให้ฝุ่นละอองขนาดเล็กสะสมตัวได้ดี แม้จะมีการประกาศห้ามเผาในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ แต่ก็ยังพบการสะสมของฝุ่นละอองในบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง อธิบดีกรมอนามัยกล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐานต้องดูแลสุขภาพตนเอง เนื่องจากฝุ่นละอองขนาด PM2.5 ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งโรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบหัวใจและหลอดเลือดและโรคเรื้อรังอื่น ๆ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง จึงต้องป้องกันตนเอง ควรลดหรือหลีกเลี่ยงทำกิจกรรมกลางแจ้ง แต่หากจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงที่มีค่าฝุ่นละอองสูง ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นที่เหมาะสม สำหรับเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ให้สังเกตอาการตนเอง หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออก หายใจมีเสียงวี้ด แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ เมื่อยล้าผิดปกติ หรือวิงเวียนศีรษะ ให้รีบไปพบแพทย์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างน้อย 5 วัน ทั้งนี้ กรมอนามัย ได้ให้ศูนย์อนามัยในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว เฝ้าระวังและสื่อสารเตือนภัย ตรวจเช็ค PM2.5 ลงพื้นที่ดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ให้มีความรู้ ความเข้าใจในการป้องกันสุขภาพตนเองและติดตามสถานการณ์หมอกควันอย่างใกล้ชิด ผ่านแอพพลิเคชั่น Air4thai หรือทางเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษหรือติดตามรับฟังข่าวสารทางช่องทางอื่น ๆ จากหน่วยงานราชการอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งขอความร่วมมือสถานประกอบการหรือประชาชนงดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก”